ตรวจสุขภาพโรคกระดูกพรุนและข้อ

1
2
3
4
Last Page
1.เพศ *
1.2ประจำเดือน *
2.อายุ *
3.น้ำหนัก *
ส่วนสูง *
ค่า Bmi ของคุณ
0.00
0.00
4.ออกกำลังกาย *
5.ดื่ม ชา กาแฟ คาเฟอีนเป็นประจำ *
6.ดื่มสุรา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ *
7.ดื่มน้ำอัดลม *
8.สูบบุหรี่ *
9.ทานอาหารรสเค็ม *
10.อายุ (ปี) *
น้ำหนัก (กิโลกรัม) *
คำนวณมวลกระดูก
0.00
คะแนนรวมของคุณ
0.00

ผลแบบประเมิน

มีความเสี่ยงน้อย

 

 
คำแนะนำการปฏิบัติ
 
1. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้กระดูกพรุน
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์หรือไวน์มากกว่า 3 แก้วต่อวัน
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่มากกว่า 20 มวนต่อวัน จะทำให้มีความเสี่ยงต่อกระดูกสะโพกหักสูงขึ้นถึง 1.5 เท่าเมื่อเทียบกับคนที่ไม่สูบบุหรี่
  • ลดปริมาณการบริโภคโซเดียมและคาเฟอีน เช่น ไม่ควรบริโภคเกลือมากกว่า 1 ช้อนชาต่อวัน ชา กาแฟไม่ควรเกินมากกว่า 3 แก้ว/วัน
  • น้ำอัดลมไม่ควรเกิน 4 ประป๋องต่อสัปดาห์ เนื่องจากอาหารเหล่านี้จะเข้าไปขัดขวางการดูดซึมแคลเซียมและยังทำให้ร่างกายขับแคลเซียมออกไปมากขึ้นอีกด้วย
 
2. เพิ่มความแข็งแรงให้กระดูก การที่กระดูกพรุนและเปราะหักง่ายอาจไม่สามารถกลับมาแข็งแรงได้เหมือนวัยหนุ่มสาว เพื่อชะลอความเสื่อมของกระดูกอาจเลือกเสริมความแข็งแรงของกระดูกด้วยสารทดแทนที่มีประสิทธิภาพ เช่น Ossein-Hydroxyapatite Complex (OHC) ซึ่งเป็นสารสกัดที่ได้จากกระดูกวัว มีส่วนประกอบของแคลเซียม โปรตีน และฟอสฟอรัสที่ช่วยสร้างความหนาแน่นของเนื้อกระดูก
 
3. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง เช่น นม ชีส ปลาตัวเล็ก และผักใบสีเขียวเข้ม
 
4. รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดี เพื่อให้ได้แคลเซียม 800 มิลลิกรัมต่อวันสำหรับผู้ที่อายุน้อยกว่าหรือเท่ากับ 50 ปี และ 1,000 มิลลิกรัมต่อวันสำหรับผู้ที่มีอายุ 51 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นสารอาหารหลักที่สำคัญต่อการสร้างกระดูก โดยอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม น้ำส้ม เต้าหู้ งา กุ้งฝอย ปลาตัวเล็ก ถั่วต่างๆ และผักใบเขียว เช่น ผักคะน้า ผักกระเฉด ใบยอ ใบชะพลู สะเดา กะเพรา ตำลึง เป็นต้น และอาหารที่มีวิตามินดี เช่น ตับ ไข่แดง นม เนื้อ ปลาทู ฟักทอง เห็ดหอม เป็นต้น
 
5. รับแสงแดดอ่อนๆ ในตอนเช้าหรือตอนเย็น วันละ10-15 นาที เพื่อช่วยให้ร่างกายสังเคราะห์วิตามินดีได้ดีขึ้น ซึ่งการมีวิตามินดีที่เพียงพอมีส่วนช่วยดูดซึมแคลเซียมเข้ากระดูกได้ดีขึ้น
 
6. ลดการดื่มสุรา ชา กาแฟ น้ำอัดลม เพราะลดการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกาย
 
7. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่ต้องไม่หักโหมจนเสี่ยงเป็นอันตรายต่อกระดูกและร่างกาย  โดยเลือกการเดิน กระโดดเชือก เต้นแอโรบิก หรือรำมวยจีน จะช่วยเสริมสร้างมวลกระดูกให้แข็งแรง
 
8. ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ คือ ค่าดัชนีมวลกายไม่เกิน 25 โดยวิธีคำนวณ BMI ในการหาค่าดัชนีมวลกาย = น้ำหนักตัว [กิโลกรัม] ÷ ส่วนสูง [เมตร] ยกกำลังสอง
 
9. ไม่ควรใช้ยาลูกกลอน ซึ่งอาจจะมีสารสเตียรอยด์ผสมอยู่ จะเป็นอันตรายต่อกระดูก เนื่องจากมีผลในการทำลายเซลล์กระดูก
 
10. ตรวจร่างกายเป็นประจำ โดยเฉพาะเมื่ออายุมากกว่า 50 ปี ควรเข้ารับการตรวจวัดกระดูกเพื่อป้องกัน หรือรักษาได้ทันท่วงที
 
 
สารอาหารที่แนะนำให้รับประทาน
 
1. สารสกัดจากกระดูกวัว (Ossein-Hydroxyapatite Complex (OHC))
  • ประโยชน์ : สารอาหารจากธรรมชาติ 100% ที่สกัดได้จากกระดูกวัว มีส่วนประกอบของแคลเซียม โปรตีน และฟอสฟอรัสที่ช่วยสร้างความหนาแน่นของเนื้อกระดูก ช่วยป้องกันและรักษาโรคกระดูกพรุน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ปริมาณที่แนะนำ : 800 มิลลิกรัมต่อเม็ด
 
2. ฟอร์ทิเจล คอลลาเจน (Fortigel Collagen) 
  • ประโยชน์ : ช่วยสร้างและลดการทำลายคอลลาเจนบริเวณกระดูกอ่อนข้อ รวมทั้งเพิ่มน้ำเลี้ยงข้อ
  • ปริมาณที่แนะนำ : 10 กรัมต่อวัน
 
3. คอลลาเจนชนิดที่ II (Collagen Type II)
  • ประโยชน์ : คอลลาเจนชนิดที่ II เป็นส่วนประกอบหลักของกระดูกอ่อนในข้อต่อ ช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของข้อต่อ
  • ปริมาณที่แนะนำ : 40 มิลลิกรัมต่อวัน
 
4. วิตามิน ดี (Vitamin D)
  • ประโยชน์ : วิตามินดีมีบทบาทสำคัญในการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและฟัน
  • ปริมาณที่แนะนำ : 15 ไมโครกรัม (ความเข้มข้น 600 IU) 
 
5. น้ำมันงาธรรมชาติ (Natural Sesame Oil)
  • ประโยชน์ : สารสกัดจากงาดำมีสารเซซามิน (Sesamin) มีคุณสมบัติต้านการอักเสบและเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งน้ำมันงามีกรดไขมันไม่อิ่มตัวและสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบและบำรุงข้อต่อ
  • ปริมาณที่แนะนำ : 500 มิลลิกรัมต่อวัน

สินค้าที่แนะนำของเรา

เลือกรูปแบบ This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page
เลือกรูปแบบ This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page

ผลแบบประเมิน

มีความเสี่ยงปานกลาง

 

 
คำแนะนำการปฏิบัติ
 
1. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้กระดูกพรุน
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์หรือไวน์มากกว่า 3 แก้วต่อวัน
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่มากกว่า 20 มวนต่อวัน จะทำให้มีความเสี่ยงต่อกระดูกสะโพกหักสูงขึ้นถึง 1.5 เท่าเมื่อเทียบกับคนที่ไม่สูบบุหรี่
  • ลดปริมาณการบริโภคโซเดียมและคาเฟอีน เช่น ไม่ควรบริโภคเกลือมากกว่า 1 ช้อนชาต่อวัน ชา กาแฟไม่ควรเกินมากกว่า 3 แก้ว/วัน
  • น้ำอัดลมไม่ควรเกิน 4 ประป๋องต่อสัปดาห์ เนื่องจากอาหารเหล่านี้จะเข้าไปขัดขวางการดูดซึมแคลเซียมและยังทำให้ร่างกายขับแคลเซียมออกไปมากขึ้นอีกด้วย
 
2. เพิ่มความแข็งแรงให้กระดูก การที่กระดูกพรุนและเปราะหักง่ายอาจไม่สามารถกลับมาแข็งแรงได้เหมือนวัยหนุ่มสาว เพื่อชะลอความเสื่อมของกระดูกอาจเลือกเสริมความแข็งแรงของกระดูกด้วยสารทดแทนที่มีประสิทธิภาพ เช่น Ossein-Hydroxyapatite Complex (OHC) ซึ่งเป็นสารสกัดที่ได้จากกระดูกวัว มีส่วนประกอบของแคลเซียม โปรตีน และฟอสฟอรัสที่ช่วยสร้างความหนาแน่นของเนื้อกระดูก
 
3. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง เช่น นม ชีส ปลาตัวเล็ก และผักใบสีเขียวเข้ม
 
4. รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดี เพื่อให้ได้แคลเซียม 800 มิลลิกรัมต่อวันสำหรับผู้ที่อายุน้อยกว่าหรือเท่ากับ 50 ปี และ 1,000 มิลลิกรัมต่อวันสำหรับผู้ที่มีอายุ 51 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นสารอาหารหลักที่สำคัญต่อการสร้างกระดูก โดยอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม น้ำส้ม เต้าหู้ งา กุ้งฝอย ปลาตัวเล็ก ถั่วต่างๆ และผักใบเขียว เช่น ผักคะน้า ผักกระเฉด ใบยอ ใบชะพลู สะเดา กะเพรา ตำลึง เป็นต้น และอาหารที่มีวิตามินดี เช่น ตับ ไข่แดง นม เนื้อ ปลาทู ฟักทอง เห็ดหอม เป็นต้น
 
5. รับแสงแดดอ่อนๆ ในตอนเช้าหรือตอนเย็น วันละ10-15 นาที เพื่อช่วยให้ร่างกายสังเคราะห์วิตามินดีได้ดีขึ้น ซึ่งการมีวิตามินดีที่เพียงพอมีส่วนช่วยดูดซึมแคลเซียมเข้ากระดูกได้ดีขึ้น
 
6. ลดการดื่มสุรา ชา กาแฟ น้ำอัดลม เพราะลดการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกาย
 
7. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่ต้องไม่หักโหมจนเสี่ยงเป็นอันตรายต่อกระดูกและร่างกาย  โดยเลือกการเดิน กระโดดเชือก เต้นแอโรบิก หรือรำมวยจีน จะช่วยเสริมสร้างมวลกระดูกให้แข็งแรง
 
8. ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ คือ ค่าดัชนีมวลกายไม่เกิน 25 โดยวิธีคำนวณ BMI ในการหาค่าดัชนีมวลกาย = น้ำหนักตัว [กิโลกรัม] ÷ ส่วนสูง [เมตร] ยกกำลังสอง
 
9. ไม่ควรใช้ยาลูกกลอน ซึ่งอาจจะมีสารสเตียรอยด์ผสมอยู่ จะเป็นอันตรายต่อกระดูก เนื่องจากมีผลในการทำลายเซลล์กระดูก
 
10. ตรวจร่างกายเป็นประจำ โดยเฉพาะเมื่ออายุมากกว่า 50 ปี ควรเข้ารับการตรวจวัดกระดูกเพื่อป้องกัน หรือรักษาได้ทันท่วงที
 
 
สารอาหารที่แนะนำให้รับประทาน
 
1. สารสกัดจากกระดูกวัว (Ossein-Hydroxyapatite Complex (OHC))
  • ประโยชน์ : สารอาหารจากธรรมชาติ 100% ที่สกัดได้จากกระดูกวัว มีส่วนประกอบของแคลเซียม โปรตีน และฟอสฟอรัสที่ช่วยสร้างความหนาแน่นของเนื้อกระดูก ช่วยป้องกันและรักษาโรคกระดูกพรุน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ปริมาณที่แนะนำ : 800 มิลลิกรัมต่อเม็ด
 
2. ฟอร์ทิเจล คอลลาเจน (Fortigel Collagen) 
  • ประโยชน์ : ช่วยสร้างและลดการทำลายคอลลาเจนบริเวณกระดูกอ่อนข้อ รวมทั้งเพิ่มน้ำเลี้ยงข้อ
  • ปริมาณที่แนะนำ : 10 กรัมต่อวัน
 
3. คอลลาเจนชนิดที่ II (Collagen Type II)
  • ประโยชน์ : คอลลาเจนชนิดที่ II เป็นส่วนประกอบหลักของกระดูกอ่อนในข้อต่อ ช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของข้อต่อ
  • ปริมาณที่แนะนำ : 40 มิลลิกรัมต่อวัน
 
4. วิตามิน ดี (Vitamin D)
  • ประโยชน์ : วิตามินดีมีบทบาทสำคัญในการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและฟัน
  • ปริมาณที่แนะนำ : 15 ไมโครกรัม (ความเข้มข้น 600 IU) 
 
5. น้ำมันงาธรรมชาติ (Natural Sesame Oil)
  • ประโยชน์ : สารสกัดจากงาดำมีสารเซซามิน (Sesamin) มีคุณสมบัติต้านการอักเสบและเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งน้ำมันงามีกรดไขมันไม่อิ่มตัวและสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบและบำรุงข้อต่อ
  • ปริมาณที่แนะนำ : 500 มิลลิกรัมต่อวัน

สินค้าที่แนะนำของเรา

เลือกรูปแบบ This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page
เลือกรูปแบบ This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page

ผลแบบประเมิน

มีภาวะความเสี่ยงหลายประการ

 
คำแนะนำการปฏิบัติ
 
1. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้กระดูกพรุน
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์หรือไวน์มากกว่า 3 แก้วต่อวัน
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่มากกว่า 20 มวนต่อวัน จะทำให้มีความเสี่ยงต่อกระดูกสะโพกหักสูงขึ้นถึง 1.5 เท่าเมื่อเทียบกับคนที่ไม่สูบบุหรี่
  • ลดปริมาณการบริโภคโซเดียมและคาเฟอีน เช่น ไม่ควรบริโภคเกลือมากกว่า 1 ช้อนชาต่อวัน ชา กาแฟไม่ควรเกินมากกว่า 3 แก้ว/วัน
  • น้ำอัดลมไม่ควรเกิน 4 ประป๋องต่อสัปดาห์ เนื่องจากอาหารเหล่านี้จะเข้าไปขัดขวางการดูดซึมแคลเซียมและยังทำให้ร่างกายขับแคลเซียมออกไปมากขึ้นอีกด้วย
 
2. เพิ่มความแข็งแรงให้กระดูก การที่กระดูกพรุนและเปราะหักง่ายอาจไม่สามารถกลับมาแข็งแรงได้เหมือนวัยหนุ่มสาว เพื่อชะลอความเสื่อมของกระดูกอาจเลือกเสริมความแข็งแรงของกระดูกด้วยสารทดแทนที่มีประสิทธิภาพ เช่น Ossein-Hydroxyapatite Complex (OHC) ซึ่งเป็นสารสกัดที่ได้จากกระดูกวัว มีส่วนประกอบของแคลเซียม โปรตีน และฟอสฟอรัสที่ช่วยสร้างความหนาแน่นของเนื้อกระดูก
 
3. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง เช่น นม ชีส ปลาตัวเล็ก และผักใบสีเขียวเข้ม
 
4. รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดี เพื่อให้ได้แคลเซียม 800 มิลลิกรัมต่อวันสำหรับผู้ที่อายุน้อยกว่าหรือเท่ากับ 50 ปี และ 1,000 มิลลิกรัมต่อวันสำหรับผู้ที่มีอายุ 51 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นสารอาหารหลักที่สำคัญต่อการสร้างกระดูก โดยอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม น้ำส้ม เต้าหู้ งา กุ้งฝอย ปลาตัวเล็ก ถั่วต่างๆ และผักใบเขียว เช่น ผักคะน้า ผักกระเฉด ใบยอ ใบชะพลู สะเดา กะเพรา ตำลึง เป็นต้น และอาหารที่มีวิตามินดี เช่น ตับ ไข่แดง นม เนื้อ ปลาทู ฟักทอง เห็ดหอม เป็นต้น
 
5. รับแสงแดดอ่อนๆ ในตอนเช้าหรือตอนเย็น วันละ10-15 นาที เพื่อช่วยให้ร่างกายสังเคราะห์วิตามินดีได้ดีขึ้น ซึ่งการมีวิตามินดีที่เพียงพอมีส่วนช่วยดูดซึมแคลเซียมเข้ากระดูกได้ดีขึ้น
 
6. ลดการดื่มสุรา ชา กาแฟ น้ำอัดลม เพราะลดการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกาย
 
7. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่ต้องไม่หักโหมจนเสี่ยงเป็นอันตรายต่อกระดูกและร่างกาย  โดยเลือกการเดิน กระโดดเชือก เต้นแอโรบิก หรือรำมวยจีน จะช่วยเสริมสร้างมวลกระดูกให้แข็งแรง
 
8. ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ คือ ค่าดัชนีมวลกายไม่เกิน 25 โดยวิธีคำนวณ BMI ในการหาค่าดัชนีมวลกาย = น้ำหนักตัว [กิโลกรัม] ÷ ส่วนสูง [เมตร] ยกกำลังสอง
 
9. ไม่ควรใช้ยาลูกกลอน ซึ่งอาจจะมีสารสเตียรอยด์ผสมอยู่ จะเป็นอันตรายต่อกระดูก เนื่องจากมีผลในการทำลายเซลล์กระดูก
 
10. ตรวจร่างกายเป็นประจำ โดยเฉพาะเมื่ออายุมากกว่า 50 ปี ควรเข้ารับการตรวจวัดกระดูกเพื่อป้องกัน หรือรักษาได้ทันท่วงที
 
 
สารอาหารที่แนะนำให้รับประทาน
 
1. สารสกัดจากกระดูกวัว (Ossein-Hydroxyapatite Complex (OHC))
  • ประโยชน์ : สารอาหารจากธรรมชาติ 100% ที่สกัดได้จากกระดูกวัว มีส่วนประกอบของแคลเซียม โปรตีน และฟอสฟอรัสที่ช่วยสร้างความหนาแน่นของเนื้อกระดูก ช่วยป้องกันและรักษาโรคกระดูกพรุน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ปริมาณที่แนะนำ : 800 มิลลิกรัมต่อเม็ด
 
2. ฟอร์ทิเจล คอลลาเจน (Fortigel Collagen) 
  • ประโยชน์ : ช่วยสร้างและลดการทำลายคอลลาเจนบริเวณกระดูกอ่อนข้อ รวมทั้งเพิ่มน้ำเลี้ยงข้อ
  • ปริมาณที่แนะนำ : 10 กรัมต่อวัน
 
3. คอลลาเจนชนิดที่ II (Collagen Type II)
  • ประโยชน์ : คอลลาเจนชนิดที่ II เป็นส่วนประกอบหลักของกระดูกอ่อนในข้อต่อ ช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของข้อต่อ
  • ปริมาณที่แนะนำ : 40 มิลลิกรัมต่อวัน
 
4. วิตามิน ดี (Vitamin D)
  • ประโยชน์ : วิตามินดีมีบทบาทสำคัญในการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและฟัน
  • ปริมาณที่แนะนำ : 15 ไมโครกรัม (ความเข้มข้น 600 IU) 
 
5. น้ำมันงาธรรมชาติ (Natural Sesame Oil)
  • ประโยชน์ : สารสกัดจากงาดำมีสารเซซามิน (Sesamin) มีคุณสมบัติต้านการอักเสบและเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งน้ำมันงามีกรดไขมันไม่อิ่มตัวและสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบและบำรุงข้อต่อ
  • ปริมาณที่แนะนำ : 500 มิลลิกรัมต่อวัน

สินค้าที่แนะนำของเรา

เลือกรูปแบบ This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page
เลือกรูปแบบ This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page