ตรวจสุขภาพโรคข้อเสื่อม

1
2
3
4
5
Last Page
1.เพศ *
2.อายุ *
3.น้ำหนัก *
ส่วนสูง *
ค่า Bmi ของคุณ
0.00
0.00
4.ความถี่ในการขึ้นลงบันได *
5.จำนวนชั้นในการขึ้นลงบันได *
6.นั่งยอง ๆ *
7.นั่งพับเพียบ *
8.นั่งสมาธิ *
9.นั่งคุกเข่า *
10.การยืน ยืนท่าเดียวนาน ๆ *
11.ท่าทางการนอน *
12.ลักษณะที่นอน *
13.การเดิน *
คะแนนรวมของคุณ
0.00
คะแนน

ผลแบบประเมิน

*หากมีอาการข้อยึด ติดขัด บวม มีเสียงกรอบแกรบ ปวดลึก ๆ บริเวณข้อ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร*

 

คำแนะนำการปฏิบัติ

 
1. ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ค่าดัชนีมวลกายไม่เกิน 25 เพราะน้ำหนักตัวที่มากจะทำให้ข้อเข่าและข้อสะโพกรับน้ำหนักมากขึ้น และเสื่อมสภาพเร็วขึ้น โดยวิธีคำนวณ BMI ในการหาค่าดัชนีมวลกาย = น้ำหนักตัว [กิโลกรัม] ÷ ส่วนสูง [เมตร] ยกกำลังสอง
 
2. ปรับเปลี่ยนอิริยาบถอยู่เสมอ ไม่อยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานานเกินไป เช่น หากจำเป็นต้องนั่งพับเพียบก็เปลี่ยนข้างบ่อยๆ ไม่ยืน คุกเข่า หรือนั่งยองเป็นเวลานาน
 
3. ยืน นั่ง และนอนให้ถูกท่า ดังนี้
  • ท่านั่ง ควรหลีกเลี่ยงท่านั่งที่มีการงอเข่ามากกว่า 90 องศา และไม่ควรนั่งในท่าเดิมนานๆ
  • ท่ายืน ควรสลับเท้ารับน้ำหนัก และไม่ควรยืนในท่าเดิมนานๆ
  • ท่าเดิน ควรเดินบนพื้นราบที่ไม่ลาดชัน ควรใส่รองเท้าหุ้มส้น ไม่ควรใส่รองเท้าส้นสูงเป็นเวลานานๆ
  • ท่านอน ควรนอนคะแคง เพราะการนอนตะแคงช่วยลดแรงกดทับบนกระดูกสันหลังและข้อต่อต่างๆ ทำให้ลดอาการปวดหลังและปวดคอได้ นอกจากนี้ยังช่วยเปิดทางเดินหายใจให้โล่งขึ้น ลดอาการกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้อีกด้วย
  • ขณะขึ้นลงบันไดจะเกิดแรงกดทับบนหัวเข่ามาก ควรใช้ขาที่มีอาการปวดน้อยกว่าก้าวขึ้นก่อน และเวลาลงบันไดให้ใช้ขาที่ปวดมากกว่าลงก่อน
4. บริหารข้อกระดูกเป็นประจำ ออกกำลังกายเพื่อบริหารข้อด้วยท่าที่ถูกต้องอย่างสม่ำเสมอ สร้างกล้ามเนื้อต้นขาหรือเส้นเอ็นรอบเข่าให้แข็งแรงโดยการออกกำลังกายกำลังกายฝึกกล้ามเนื้อ (Strength Training) ซึ่งรวมถึงการออกกำลังกายแบบแอโรบิกและกิจกรรมเสริมสร้างความยืดหยุ่นของร่างกาย ได้แก่ บอดี้เวท (Body Weight)
 
5. หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บ เช่น การกระโดด การเล่นกีฬาโดยไม่ระมัดระวัง และการยกของหนัก
 
 

สารอาหารที่แนะนำให้รับประทาน
 
1. สารสกัดจากขมิ้นชัน (Curcumin)  
  • ประโยชน์ : ช่วยบรรเทาและลดอาการอักเสบข้อเสื่อม แก้ปวด แทนการใช้ NSAIDs
  • ปริมาณที่แนะนำ : 100 – 200 มิลลิกรัมต่อวัน (แบ่งรับประทาน 2-3 ครั้ง หรือครั้งละ 33 มิลลิกรัม)
2. ฟอร์ทิเจล คอลลาเจน (Fortigel Collagen) 
  • ประโยชน์ : ช่วยสร้างและลดการทำลายคอลลาเจนบริเวณกระดูกอ่อนข้อ รวมทั้งเพิ่มน้ำเลี้ยงข้อ
  • ปริมาณที่แนะนำ : 10 กรัมต่อวัน
3. คอลลาเจนชนิดที่ II (Collagen Type II)
  • ประโยชน์ : คอลลาเจนชนิดที่ II เป็นส่วนประกอบหลักของกระดูกอ่อนในข้อต่อ ช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของข้อต่อ
  • ปริมาณที่แนะนำ : 40 มิลลิกรัมต่อวัน
4. กลูโคซามีน (Glucosamine)  
  • ประโยชน์ : ช่วยสร้าง และลดการทำลายกระดูกอ่อนข้อ
  • ปริมาณที่แนะนำ : 1,500 มิลลิกรัมต่อวัน
5. น้ำมันงาธรรมชาติ (Natural Sesame Oil)
  • ประโยชน์ : สารสกัดจากงาดำมีสารเซซามิน (Sesamin) มีคุณสมบัติต้านการอักเสบและเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งน้ำมันงามีกรดไขมันไม่อิ่มตัวและสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบและบำรุงข้อต่อ
  • ปริมาณที่แนะนำ : 500 มิลลิกรัมต่อวัน

สินค้าที่แนะนำของเรา

เลือกรูปแบบ This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page
เลือกรูปแบบ This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page

ผลแบบประเมิน

*หากมีอาการข้อยึด ติดขัด บวม มีเสียงกรอบแกรบ ปวดลึก ๆ บริเวณข้อ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร*

 

คำแนะนำการปฏิบัติ

 
1. ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ค่าดัชนีมวลกายไม่เกิน 25 เพราะน้ำหนักตัวที่มากจะทำให้ข้อเข่าและข้อสะโพกรับน้ำหนักมากขึ้น และเสื่อมสภาพเร็วขึ้น โดยวิธีคำนวณ BMI ในการหาค่าดัชนีมวลกาย = น้ำหนักตัว [กิโลกรัม] ÷ ส่วนสูง [เมตร] ยกกำลังสอง
 
2. ปรับเปลี่ยนอิริยาบถอยู่เสมอ ไม่อยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานานเกินไป เช่น หากจำเป็นต้องนั่งพับเพียบก็เปลี่ยนข้างบ่อยๆ ไม่ยืน คุกเข่า หรือนั่งยองเป็นเวลานาน
 
3. ยืน นั่ง และนอนให้ถูกท่า ดังนี้
  • ท่านั่ง ควรหลีกเลี่ยงท่านั่งที่มีการงอเข่ามากกว่า 90 องศา และไม่ควรนั่งในท่าเดิมนานๆ
  • ท่ายืน ควรสลับเท้ารับน้ำหนัก และไม่ควรยืนในท่าเดิมนานๆ
  • ท่าเดิน ควรเดินบนพื้นราบที่ไม่ลาดชัน ควรใส่รองเท้าหุ้มส้น ไม่ควรใส่รองเท้าส้นสูงเป็นเวลานานๆ
  • ท่านอน ควรนอนคะแคง เพราะการนอนตะแคงช่วยลดแรงกดทับบนกระดูกสันหลังและข้อต่อต่างๆ ทำให้ลดอาการปวดหลังและปวดคอได้ นอกจากนี้ยังช่วยเปิดทางเดินหายใจให้โล่งขึ้น ลดอาการกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้อีกด้วย
  • ขณะขึ้นลงบันไดจะเกิดแรงกดทับบนหัวเข่ามาก ควรใช้ขาที่มีอาการปวดน้อยกว่าก้าวขึ้นก่อน และเวลาลงบันไดให้ใช้ขาที่ปวดมากกว่าลงก่อน
4. บริหารข้อกระดูกเป็นประจำ ออกกำลังกายเพื่อบริหารข้อด้วยท่าที่ถูกต้องอย่างสม่ำเสมอ สร้างกล้ามเนื้อต้นขาหรือเส้นเอ็นรอบเข่าให้แข็งแรงโดยการออกกำลังกายกำลังกายฝึกกล้ามเนื้อ (Strength Training) ซึ่งรวมถึงการออกกำลังกายแบบแอโรบิกและกิจกรรมเสริมสร้างความยืดหยุ่นของร่างกาย ได้แก่ บอดี้เวท (Body Weight)
5. หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บ เช่น การกระโดด การเล่นกีฬาโดยไม่ระมัดระวัง และการยกของหนัก
 
 

สารอาหารที่แนะนำให้รับประทาน
 
1. สารสกัดจากขมิ้นชัน (Curcumin)  
  • ประโยชน์ : ช่วยบรรเทาและลดอาการอักเสบข้อเสื่อม แก้ปวด แทนการใช้ NSAIDs
  • ปริมาณที่แนะนำ : 100 – 200 มิลลิกรัมต่อวัน (แบ่งรับประทาน 2-3 ครั้ง หรือครั้งละ 33 มิลลิกรัม)
2. ฟอร์ทิเจล คอลลาเจน (Fortigel Collagen) 
  • ประโยชน์ : ช่วยสร้างและลดการทำลายคอลลาเจนบริเวณกระดูกอ่อนข้อ รวมทั้งเพิ่มน้ำเลี้ยงข้อ
  • ปริมาณที่แนะนำ : 10 กรัมต่อวัน
3. คอลลาเจนชนิดที่ II (Collagen Type II)
  • ประโยชน์ : คอลลาเจนชนิดที่ II เป็นส่วนประกอบหลักของกระดูกอ่อนในข้อต่อ ช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของข้อต่อ
  • ปริมาณที่แนะนำ : 40 มิลลิกรัมต่อวัน
4. กลูโคซามีน (Glucosamine)  
  • ประโยชน์ : ช่วยสร้าง และลดการทำลายกระดูกอ่อนข้อ
  • ปริมาณที่แนะนำ : 1,500 มิลลิกรัมต่อวัน
5. น้ำมันงาธรรมชาติ (Natural Sesame Oil)
  • ประโยชน์ : สารสกัดจากงาดำมีสารเซซามิน (Sesamin) มีคุณสมบัติต้านการอักเสบและเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งน้ำมันงามีกรดไขมันไม่อิ่มตัวและสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบและบำรุงข้อต่อ
  • ปริมาณที่แนะนำ : 500 มิลลิกรัมต่อวัน

สินค้าที่แนะนำของเรา

เลือกรูปแบบ This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page
เลือกรูปแบบ This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page

ผลแบบประเมิน

*หากมีอาการข้อยึด ติดขัด บวม มีเสียงกรอบแกรบ ปวดลึก ๆ บริเวณข้อ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร*

 

คำแนะนำการปฏิบัติ

 
1. ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ค่าดัชนีมวลกายไม่เกิน 25 เพราะน้ำหนักตัวที่มากจะทำให้ข้อเข่าและข้อสะโพกรับน้ำหนักมากขึ้น และเสื่อมสภาพเร็วขึ้น โดยวิธีคำนวณ BMI ในการหาค่าดัชนีมวลกาย = น้ำหนักตัว [กิโลกรัม] ÷ ส่วนสูง [เมตร] ยกกำลังสอง
 
2. ปรับเปลี่ยนอิริยาบถอยู่เสมอ ไม่อยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานานเกินไป เช่น หากจำเป็นต้องนั่งพับเพียบก็เปลี่ยนข้างบ่อยๆ ไม่ยืน คุกเข่า หรือนั่งยองเป็นเวลานาน
 
3. ยืน นั่ง และนอนให้ถูกท่า ดังนี้
  • ท่านั่ง ควรหลีกเลี่ยงท่านั่งที่มีการงอเข่ามากกว่า 90 องศา และไม่ควรนั่งในท่าเดิมนานๆ
  • ท่ายืน ควรสลับเท้ารับน้ำหนัก และไม่ควรยืนในท่าเดิมนานๆ
  • ท่าเดิน ควรเดินบนพื้นราบที่ไม่ลาดชัน ควรใส่รองเท้าหุ้มส้น ไม่ควรใส่รองเท้าส้นสูงเป็นเวลานานๆ
  • ท่านอน ควรนอนคะแคง เพราะการนอนตะแคงช่วยลดแรงกดทับบนกระดูกสันหลังและข้อต่อต่างๆ ทำให้ลดอาการปวดหลังและปวดคอได้ นอกจากนี้ยังช่วยเปิดทางเดินหายใจให้โล่งขึ้น ลดอาการกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้อีกด้วย
  • ขณะขึ้นลงบันไดจะเกิดแรงกดทับบนหัวเข่ามาก ควรใช้ขาที่มีอาการปวดน้อยกว่าก้าวขึ้นก่อน และเวลาลงบันไดให้ใช้ขาที่ปวดมากกว่าลงก่อน
4. บริหารข้อกระดูกเป็นประจำ ออกกำลังกายเพื่อบริหารข้อด้วยท่าที่ถูกต้องอย่างสม่ำเสมอ สร้างกล้ามเนื้อต้นขาหรือเส้นเอ็นรอบเข่าให้แข็งแรงโดยการออกกำลังกายกำลังกายฝึกกล้ามเนื้อ (Strength Training) ซึ่งรวมถึงการออกกำลังกายแบบแอโรบิกและกิจกรรมเสริมสร้างความยืดหยุ่นของร่างกาย ได้แก่ บอดี้เวท (Body Weight)
5. หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บ เช่น การกระโดด การเล่นกีฬาโดยไม่ระมัดระวัง และการยกของหนัก
 

สารอาหารที่แนะนำให้รับประทาน
 
1. สารสกัดจากขมิ้นชัน (Curcumin)  
  • ประโยชน์ : ช่วยบรรเทาและลดอาการอักเสบข้อเสื่อม แก้ปวด แทนการใช้ NSAIDs
  • ปริมาณที่แนะนำ : 100 – 200 มิลลิกรัมต่อวัน (แบ่งรับประทาน 2-3 ครั้ง หรือครั้งละ 33 มิลลิกรัม)
2. ฟอร์ทิเจล คอลลาเจน (Fortigel Collagen) 
  • ประโยชน์ : ช่วยสร้างและลดการทำลายคอลลาเจนบริเวณกระดูกอ่อนข้อ รวมทั้งเพิ่มน้ำเลี้ยงข้อ
  • ปริมาณที่แนะนำ : 10 กรัมต่อวัน
3. คอลลาเจนชนิดที่ II (Collagen Type II)
  • ประโยชน์ : คอลลาเจนชนิดที่ II เป็นส่วนประกอบหลักของกระดูกอ่อนในข้อต่อ ช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของข้อต่อ
  • ปริมาณที่แนะนำ : 40 มิลลิกรัมต่อวัน
4. กลูโคซามีน (Glucosamine)  
  • ประโยชน์ : ช่วยสร้าง และลดการทำลายกระดูกอ่อนข้อ
  • ปริมาณที่แนะนำ : 1,500 มิลลิกรัมต่อวัน
5. น้ำมันงาธรรมชาติ (Natural Sesame Oil)
  • ประโยชน์ : สารสกัดจากงาดำมีสารเซซามิน (Sesamin) มีคุณสมบัติต้านการอักเสบและเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งน้ำมันงามีกรดไขมันไม่อิ่มตัวและสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบและบำรุงข้อต่อ
  • ปริมาณที่แนะนำ : 500 มิลลิกรัมต่อวัน

สินค้าที่แนะนำของเรา

เลือกรูปแบบ This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page
เลือกรูปแบบ This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page