ตรวจสุขภาพความเครียด

1.ปวดหรือเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณท้ายทอย หลัง หรือไหล่ *
2.นอนไม่หลับ เพราะคิดมากหรือกังวลใจ *
3.รู้สึกหงุดหงิด รำคาญใจ  *
4.ทำอะไรไม่ได้เลย เพราะประสาทตึงเครียด *
5.มีความวุ่นวายใจ *
6.ไม่อยากพบปะผู้คน *
7.ปวดหัวข้างเดียว หรือปวดบริเวณขมับทั้ง 2 ข้าง *
8.รูู้สึกไม่มีความสุขและเศร้าหมอง *
9.รู้สึกหมดหวังในชีวิต *
10.รู้สึกว่าตนเองไม่มีคุณค่า  *
11.กระวนกระวายอยู่ตลอดเวลา *
12.รู้สึกตนเองไม่มีสมาธิ *
13.รู้สึกเพลียจนไม่มีแรงจะทำอะไร *
14.รู้สึกเบื่อหน่าไม่อยากทำอะไร *
15.มีอาการหัวใจเต้นแรง *
16.เสียงสั่น ปากสั่น หรือสั่นเวลาไม่พอใจ  *
17.รู้สึกกลัวผิดพลาดในการทำสิ่งต่าง ๆ *
18.ตื่นเต้นง่ายกับเหตุการณ์ที่ไม่คุ้นเคย *
19.มึนงง หรือเวียนศีรษะ *
20.ความสุขทางเพศลดลง *
ผลแบบประเมิน
0.00

ผลแบบประเมิน

ความเครียดน้อยมาก หรือแทบไม่มีเลย

คำแนะนำการปฏิบัติ

  1. หากิจกรรมเพื่อผ่อนคลายความเครียดหรือสร้างความเพลิดเพลินใจ เช่น การอ่านหนังสือ ฟังเพลง ดูหนัง นวดผ่อนคลาย เล่นดนตรี ทำสวน ดูแลสัตว์เลี้ยง งานศิลปะ ท่องเที่ยว หรืองานอดิเรกอื่น ๆ
  2. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พบว่าการออกกำลังกายสม่ำเสมอจะช่วยลดความเครียดที่สะสมลงได้เนื่องจากร่างกายหลั่งสารเอ็นโดฟินหรือสารแห่งความสุขออกมา ช่วยให้ร่างกายรู้สึกสบายและมีความสุข ดังนั้นจึงควรออกกำลังกาย อย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 30 นาที เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ โยคะ แบดมินตัน เทนนิส เป็นต้น
  3. การใช้กลิ่นบำบัด เช่น ดมกลิ่นหอมจากเทียนหอม หรือก้านน้ำมันหอมระเหย กลิ่นหอมจากธรรมชาติเช่น กลิ่นหอมจากดอกไม้ ผลไม้ และสมุนไพร ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ช่วยบรรเทาความเครียด ทำให้มีสมาธิมากขึ้น จิตใจสงบและสมองปลอดโปร่ง
  4. การฝึกการหายใจเพื่อคลายเครียด หายใจโดยใช้กล้ามเนื้อกระบังลมบริเวณหน้าท้องแทนการหายใจโดยใช้กล้ามเนื้อหน้าอก โดยหายใจเข้าลึก ๆ พร้อมนับ 1 ถึง 4 เป็น จังหวะช้า ๆ จะรู้สึกว่าท้องพองออก จากนั้นจึงค่อย ๆผ่อนลมหายใจออก โดยนับ 1 ถึง 8 ไล่ลมหายใจออกมาให้หมด สังเกตหน้าท้องจะแฟบลง ควรทำติดต่อกัน 4-5 ครั้ง
  5. นอนหลับให้เพียงพอจะช่วยเพิ่มความสามารถในการรับมือกับความเครียดได้ คนที่อดนอนหรือนอนหลับไม่เพียงพอจะควบคุมตัวเองได้ไม่ดี มีอารมณ์หงุดหงิด ฉุนเฉียว ได้ง่าย
  6.  
  7. หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะการดื่มแอลกอฮอล์เพื่อระบายความเครียดไม่ใช่ทางเลือกที่ดี อาจทำให้เกิดปัญหาทางด้านสุขภาพ และเกิดการเสพติดการดื่ม แอลกอฮอล์ ตามมา
  8. พูดระบายความเครียดให้คนที่เราไว้ใจฟัง เพื่อปลดปล่อยความเครียดไม่ให้สะสมมากเกินไป หรือถ้าพบว่าประเมินแล้วมีภาวะเครียดสูงมาก แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำปรึกษาต่อไป
 
 
สารอาหารที่แนะนำให้รับประทาน
1.วิตามิน B 
  • ประโยชน์ : วิตามินบีปริมาณสูง เพื่อคลายความเครียด บำรุงสมอง และระบบประสาท ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง มีสมาธิและอารมณ์ที่ดีขึ้น 
 
2.โอเมก้า-3 (Omega-3)
  • ประโยชน์ : ช่วยลดความเครียด วิตกกังวล และช่วยให้สมองทำงานดีขึ้น
 
3.ทริปโตเฟน (Tryptophan)
  • ประโยชน์ : กรดอะมิโนที่ช่วยสร้างเซโรโทนิน (ฮอร์โมนความสุข) ทำให้อารมณ์ดีขึ้น และช่วยให้หลับสบาย
 
4.แมกนีเซียม (Magnesium)
  • ประโยชน์ : ช่วยให้กล้ามเนื้อและระบบประสาทผ่อนคลายลดอาการปวดหัว ไมเกรน และช่วยให้หลับดีขึ้น
 
5.โสม  (Ginseng Extract)
  • ประโยชน์ : ช่วยเสริมสร้างระบบประสาทให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเครียดและช่วยให้ร่างกายอยู่ในภาวะสมดุล ส่งผลดีต่อการเรียนรู้และความจำ
 
6.L-Theanine 
  • ประโยชน์ :  เป็นสารสกัดจากชาเขียวที่ช่วยลดคลื่นสมองเบต้า (Beta Brain Wave) ซึ่งเป็นคลื่นที่เกี่ยวข้องกับความเครียด และเพิ่มการปลดปล่อยคลื่นอัลฟา (Alpha Brain Wave) ที่ช่วยให้จิตใจสงบและพร้อมสำหรับการนอนหลับ
 
7. B-Complex Vitamins (วิตามินบีคอมเพล็กซ์) 
  • ประโยชน์ : วิตามินบีคอมเพล็กซ์เป็นกลุ่มวิตามินที่สำคัญต่อระบบประสาทและสมอง โดยเฉพาะในด้านการสร้างพลังงาน วิตามินบีเหล่านี้มีบทบาทในการเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน ให้เป็นพลังงานที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ทันที วิตามินบี1 (Thiamine) ช่วยเพิ่มการทำงานของเซลล์ประสาท วิตามินบี6 (Pyridoxine) และวิตามินบี12 (Cobalamin) มีบทบาทในการสร้างสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์และการเรียนรู้

สินค้าที่แนะนำของเรา

Select options This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page
Select options This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page
Select options This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page
Select options This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page
Select options This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page
Select options This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page

ผลแบบประเมิน

เป็นความเครียดระดับปกติ แสดงว่าจัดการความเครียดที่เกิดขึ้นได้ดี และสามารถปรับตัวได้อย่างเหมาะสม

คำแนะนำการปฏิบัติ

  1. หากิจกรรมเพื่อผ่อนคลายความเครียดหรือสร้างความเพลิดเพลินใจ เช่น การอ่านหนังสือ ฟังเพลง ดูหนัง นวดผ่อนคลาย เล่นดนตรี ทำสวน ดูแลสัตว์เลี้ยง งานศิลปะ ท่องเที่ยว หรืองานอดิเรกอื่น ๆ
  2. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พบว่าการออกกำลังกายสม่ำเสมอจะช่วยลดความเครียดที่สะสมลงได้เนื่องจากร่างกายหลั่งสารเอ็นโดฟินหรือสารแห่งความสุขออกมา ช่วยให้ร่างกายรู้สึกสบายและมีความสุข ดังนั้นจึงควรออกกำลังกาย อย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 30 นาที เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ โยคะ แบดมินตัน เทนนิส เป็นต้น
  3. การใช้กลิ่นบำบัด เช่น ดมกลิ่นหอมจากเทียนหอม หรือก้านน้ำมันหอมระเหย กลิ่นหอมจากธรรมชาติเช่น กลิ่นหอมจากดอกไม้ ผลไม้ และสมุนไพร ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ช่วยบรรเทาความเครียด ทำให้มีสมาธิมากขึ้น จิตใจสงบและสมองปลอดโปร่ง
  4. การฝึกการหายใจเพื่อคลายเครียด หายใจโดยใช้กล้ามเนื้อกระบังลมบริเวณหน้าท้องแทนการหายใจโดยใช้กล้ามเนื้อหน้าอก โดยหายใจเข้าลึก ๆ พร้อมนับ 1 ถึง 4 เป็น จังหวะช้า ๆ จะรู้สึกว่าท้องพองออก จากนั้นจึงค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออก โดยนับ 1 ถึง 8 ไล่ลมหายใจออกมาให้หมด สังเกตหน้าท้องจะแฟบลง ควรทำติดต่อกัน 4-5 ครั้ง
  5. นอนหลับให้เพียงพอจะช่วยเพิ่มความสามารถในการรับมือกับความเครียดได้ คนที่อดนอนหรือนอนหลับไม่เพียงพอจะควบคุมตัวเองได้ไม่ดี มีอารมณ์หงุดหงิด ฉุนเฉียว ได้ง่าย
  6. หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะการดื่มแอลกอฮอล์เพื่อระบายความเครียดไม่ใช่ทางเลือกที่ดี อาจทำให้เกิดปัญหาทางด้านสุขภาพ และเกิดการเสพติดการดื่ม แอลกอฮอล์ ตามมา
  7. พูดระบายความเครียดให้คนที่เราไว้ใจฟัง เพื่อปลดปล่อยความเครียดไม่ให้สะสมมากเกินไป หรือถ้าพบว่าประเมินแล้วมีภาวะเครียดสูงมาก แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำปรึกษาต่อไป
 
 
สารอาหารที่แนะนำให้รับประทาน

 

1.วิตามิน B 
  • ประโยชน์ : วิตามินบีปริมาณสูง เพื่อคลายความเครียด บำรุงสมอง และระบบประสาท ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง มีสมาธิและอารมณ์ที่ดีขึ้น 
 
2.โอเมก้า-3 (Omega-3)
  • ประโยชน์ : ช่วยลดความเครียด วิตกกังวล และช่วยให้สมองทำงานดีขึ้น
 
3.ทริปโตเฟน (Tryptophan)
  • ประโยชน์ : กรดอะมิโนที่ช่วยสร้างเซโรโทนิน (ฮอร์โมนความสุข) ทำให้อารมณ์ดีขึ้น และช่วยให้หลับสบาย
 
4.แมกนีเซียม (Magnesium)
  • ประโยชน์ : ช่วยให้กล้ามเนื้อและระบบประสาทผ่อนคลายลดอาการปวดหัว ไมเกรน และช่วยให้หลับดีขึ้น
 
5.โสม  (Ginseng Extract)
  • ประโยชน์ : ช่วยเสริมสร้างระบบประสาทให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเครียดและช่วยให้ร่างกายอยู่ในภาวะสมดุล ส่งผลดีต่อการเรียนรู้และความจำ
 
6.L-Theanine 
  • ประโยชน์ :  เป็นสารสกัดจากชาเขียวที่ช่วยลดคลื่นสมองเบต้า (Beta Brain Wave) ซึ่งเป็นคลื่นที่เกี่ยวข้องกับความเครียด และเพิ่มการปลดปล่อยคลื่นอัลฟา (Alpha Brain Wave) ที่ช่วยให้จิตใจสงบและพร้อมสำหรับการนอนหลับ
 
7. B-Complex Vitamins (วิตามินบีคอมเพล็กซ์) 
  • ประโยชน์ : วิตามินบีคอมเพล็กซ์เป็นกลุ่มวิตามินที่สำคัญต่อระบบประสาทและสมอง โดยเฉพาะในด้านการสร้างพลังงาน วิตามินบีเหล่านี้มีบทบาทในการเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน ให้เป็นพลังงานที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ทันที วิตามินบี1 (Thiamine) ช่วยเพิ่มการทำงานของเซลล์ประสาท วิตามินบี6 (Pyridoxine) และวิตามินบี12 (Cobalamin) มีบทบาทในการสร้างสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์และการเรียนรู้

สินค้าที่แนะนำของเรา

Select options This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page
Select options This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page
Select options This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page
Select options This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page
Select options This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page
Select options This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page

ผลแบบประเมิน

เป็นคนที่มีความเครียดระดับสูงกว่าปกติเล็กน้อย ควรพักผ่อนให้เพียงพอ
แต่หากทำแล้วยังไม่หาย ควรพูดคุยหรือปรึกษาเรื่องที่รบกวนจิตใจกับคนใกล้ชิดที่ไว้ใจ

คำแนะนำการปฏิบัติ

  1. หากิจกรรมเพื่อผ่อนคลายความเครียดหรือสร้างความเพลิดเพลินใจ เช่น การอ่านหนังสือ ฟังเพลง ดูหนัง นวดผ่อนคลาย เล่นดนตรี ทำสวน ดูแลสัตว์เลี้ยง งานศิลปะ ท่องเที่ยว หรืองานอดิเรกอื่น ๆ
  2. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พบว่าการออกกำลังกายสม่ำเสมอจะช่วยลดความเครียดที่สะสมลงได้เนื่องจากร่างกายหลั่งสารเอ็นโดฟินหรือสารแห่งความสุขออกมา ช่วยให้ร่างกายรู้สึกสบายและมีความสุข ดังนั้นจึงควรออกกำลังกาย อย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 30 นาที เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ โยคะ แบตมินตัน เทนนิส เป็นต้น
  3. การใช้กลิ่นบำบัด เช่น ดมกลิ่นหอมจากเทียนหอม หรือก้านน้ำมันหอมระเหย กลิ่นหอมจากธรรมชาติเช่น กลิ่นหอมจากดอกไม้ ผลไม้ และสมุนไพร ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ช่วยบรรเทาความเครียด ทำให้มีสมาธิมากขึ้น จิตใจสงบและสมองปลอดโปร่ง
  4. การฝึกการหายใจเพื่อคลายเครียด หายใจโดยใช้กล้ามเนื้อกระบังลมบริเวณหน้าท้องแทนการหายใจโดยใช้กล้ามเนื้อหน้าอก โดยหายใจเข้าลึก ๆ พร้อมนับ 1 ถึง 4 เป็น จังหวะช้า ๆ จะรู้สึกว่าท้องพองออก จากนั้นจึงค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออก โดยนับ 1 ถึง 8 ไล่ลมหายใจออกมาให้หมด สังเกตหน้าท้องจะแฟบลง ควรทำติดต่อกัน 4-5 ครั้ง
  5. นอนหลับให้เพียงพอจะช่วยเพิ่มความสามารถในการรับมือกับความเครียดได้ คนที่อดนอนหรือนอนหลับไม่เพียงพอจะควบคุมตัวเองได้ไม่ดี มีอารมณ์หงุดหงิด ฉุนเฉียว ได้ง่าย
  6. หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะการดื่มแอลกอฮอล์เพื่อระบายความเครียดไม่ใช่ทางเลือกที่ดี อาจทำให้เกิดปัญหาทางด้านสุขภาพ และเกิดการเสพติดการดื่ม แอลกอฮอล์ ตามมา
  7. พูดระบายความเครียดให้คนที่เราไว้ใจฟัง เพื่อปลดปล่อยความเครียดไม่ให้สะสมมากเกินไป หรือถ้าพบว่าประเมินแล้วมีภาวะเครียดสูงมาก แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำปรึกษาต่อไป
 
 
สารอาหารที่แนะนำให้รับประทาน

1.วิตามิน B 
  • ประโยชน์ : วิตามินบีปริมาณสูง เพื่อคลายความเครียด บำรุงสมอง และระบบประสาท ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง มีสมาธิและอารมณ์ที่ดีขึ้น 
 
2.โอเมก้า-3 (Omega-3)
  • ประโยชน์ : ช่วยลดความเครียด วิตกกังวล และช่วยให้สมองทำงานดีขึ้น
 
3.ทริปโตเฟน (Tryptophan)
  • ประโยชน์ : กรดอะมิโนที่ช่วยสร้างเซโรโทนิน (ฮอร์โมนความสุข) ทำให้อารมณ์ดีขึ้น และช่วยให้หลับสบาย
 
4.แมกนีเซียม (Magnesium)
  • ประโยชน์ : ช่วยให้กล้ามเนื้อและระบบประสาทผ่อนคลายลดอาการปวดหัว ไมเกรน และช่วยให้หลับดีขึ้น
 
5.โสม  (Ginseng Extract)
  • ประโยชน์ : ช่วยเสริมสร้างระบบประสาทให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเครียดและช่วยให้ร่างกายอยู่ในภาวะสมดุล ส่งผลดีต่อการเรียนรู้และความจำ
 
6.L-Theanine 
  • ประโยชน์ :  เป็นสารสกัดจากชาเขียวที่ช่วยลดคลื่นสมองเบต้า (Beta Brain Wave) ซึ่งเป็นคลื่นที่เกี่ยวข้องกับความเครียด และเพิ่มการปลดปล่อยคลื่นอัลฟา (Alpha Brain Wave) ที่ช่วยให้จิตใจสงบและพร้อมสำหรับการนอนหลับ
 
7. B-Complex Vitamins (วิตามินบีคอมเพล็กซ์) 
  • ประโยชน์ : วิตามินบีคอมเพล็กซ์เป็นกลุ่มวิตามินที่สำคัญต่อระบบประสาทและสมอง โดยเฉพาะในด้านการสร้างพลังงาน วิตามินบีเหล่านี้มีบทบาทในการเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน ให้เป็นพลังงานที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ทันที วิตามินบี1 (Thiamine) ช่วยเพิ่มการทำงานของเซลล์ประสาท วิตามินบี6 (Pyridoxine) และวิตามินบี12 (Cobalamin) มีบทบาทในการสร้างสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์และการเรียนรู้

สินค้าที่แนะนำของเรา

Select options This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page
Select options This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page
Select options This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page
Select options This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page
Select options This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page
Select options This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page

ผลแบบประเมิน

มีความเสี่ยงสูงมาก ควรพบแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาและบำบัด

คำแนะนำการปฏิบัติ

  1. หากิจกรรมเพื่อผ่อนคลายความเครียดหรือสร้างความเพลิดเพลินใจ เช่น การอ่านหนังสือ ฟังเพลง ดูหนัง นวดผ่อนคลาย เล่นดนตรี ทำสวน ดูแลสัตว์เลี้ยง งานศิลปะ ท่องเที่ยว หรืองานอดิเรกอื่น ๆ
  2. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พบว่าการออกกำลังกายสม่ำเสมอจะช่วยลดความเครียดที่สะสมลงได้เนื่องจากร่างกายหลั่งสารเอ็นโดฟินหรือสารแห่งความสุขออกมา ช่วยให้ร่างกายรู้สึกสบายและมีความสุข ดังนั้นจึงควรออกกำลังกาย อย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 30 นาที เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ โยคะ แบดมินตัน เทนนิส เป็นต้น
  3. การใช้กลิ่นบำบัด เช่น ดมกลิ่นหอมจากเทียนหอม หรือก้านน้ำมันหอมระเหย กลิ่นหอมจากธรรมชาติเช่น กลิ่นหอมจากดอกไม้ ผลไม้ และสมุนไพร ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ช่วยบรรเทาความเครียด ทำให้มีสมาธิมากขึ้น จิตใจสงบและสมองปลอดโปร่ง
  4. การฝึกการหายใจเพื่อคลายเครียด หายใจโดยใช้กล้ามเนื้อกระบังลมบริเวณหน้าท้องแทนการหายใจโดยใช้กล้ามเนื้อหน้าอก โดยหายใจเข้าลึก ๆ พร้อมนับ 1 ถึง 4 เป็น จังหวะช้า ๆ จะรู้สึกว่าท้องพองออก จากนั้นจึงค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออก โดยนับ 1 ถึง 8 ไล่ลมหายใจออกมาให้หมด สังเกตหน้าท้องจะแฟบลง ควรทำติดต่อกัน 4-5 ครั้ง
  5. นอนหลับให้เพียงพอจะช่วยเพิ่มความสามารถในการรับมือกับความเครียดได้ คนที่อดนอนหรือนอนหลับไม่เพียงพอจะควบคุมตัวเองได้ไม่ดี มีอารมณ์หงุดหงิด ฉุนเฉียว ได้ง่าย
  6. หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะการดื่มแอลกอฮอล์เพื่อระบายความเครียดไม่ใช่ทางเลือกที่ดี อาจทำให้เกิดปัญหาทางด้านสุขภาพ และเกิดการเสพติดการดื่ม แอลกอฮอล์ ตามมา
  7.  
  8. พูดระบายความเครียดให้คนที่เราไว้ใจฟัง เพื่อปลดปล่อยความเครียดไม่ให้สะสมมากเกินไป หรือถ้าพบว่าประเมินแล้วมีภาวะเครียดสูงมาก แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำปรึกษาต่อไป
 
 
สารอาหารที่แนะนำให้รับประทาน
1.วิตามิน B 
  • ประโยชน์ : วิตามินบีปริมาณสูง เพื่อคลายความเครียด บำรุงสมอง และระบบประสาท ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง มีสมาธิและอารมณ์ที่ดีขึ้น 
 
2.โอเมก้า-3 (Omega-3)
  • ประโยชน์ : ช่วยลดความเครียด วิตกกังวล และช่วยให้สมองทำงานดีขึ้น
 
3.ทริปโตเฟน (Tryptophan)
  • ประโยชน์ : กรดอะมิโนที่ช่วยสร้างเซโรโทนิน (ฮอร์โมนความสุข) ทำให้อารมณ์ดีขึ้น และช่วยให้หลับสบาย
 
4.แมกนีเซียม (Magnesium)
  • ประโยชน์ : ช่วยให้กล้ามเนื้อและระบบประสาทผ่อนคลายลดอาการปวดหัว ไมเกรน และช่วยให้หลับดีขึ้น
 
5.โสม  (Ginseng Extract)
  • ประโยชน์ : ช่วยเสริมสร้างระบบประสาทให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเครียดและช่วยให้ร่างกายอยู่ในภาวะสมดุล ส่งผลดีต่อการเรียนรู้และความจำ
 
6.L-Theanine 
  • ประโยชน์ :  เป็นสารสกัดจากชาเขียวที่ช่วยลดคลื่นสมองเบต้า (Beta Brain Wave) ซึ่งเป็นคลื่นที่เกี่ยวข้องกับความเครียด และเพิ่มการปลดปล่อยคลื่นอัลฟา (Alpha Brain Wave) ที่ช่วยให้จิตใจสงบและพร้อมสำหรับการนอนหลับ
 
7. B-Complex Vitamins (วิตามินบีคอมเพล็กซ์) 
  • ประโยชน์ : วิตามินบีคอมเพล็กซ์เป็นกลุ่มวิตามินที่สำคัญต่อระบบประสาทและสมอง โดยเฉพาะในด้านการสร้างพลังงาน วิตามินบีเหล่านี้มีบทบาทในการเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน ให้เป็นพลังงานที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ทันที วิตามินบี1 (Thiamine) ช่วยเพิ่มการทำงานของเซลล์ประสาท วิตามินบี6 (Pyridoxine) และวิตามินบี12 (Cobalamin) มีบทบาทในการสร้างสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์และการเรียนรู้

สินค้าที่แนะนำของเรา

Select options This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page
Select options This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page
Select options This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page
Select options This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page
Select options This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page
Select options This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page